Daylight Saving Time (DST)

Standard

วันที่ 9 เดือนนี้ต้องปรับเวลาให้เร็วขั้นอีก 1 ชม ทำให้เวลาที่นี้กับที่ไทยต่างกันแค่ 12 ช.ม จริงๆต้องปรับเวลาวันที่ 3 เม.ย ของทุกๆปีแต่ว่า ปีนี้มีการเปลี่ยนของสภาพอากาศบ่อยๆทำให้ย่างเข้าสู่ฤดูร้อนเร็วขึ้น  ก็เลยต้องปรับเวลาให้เร็วขึ้นในเดือนนี้     นลินเองก็ชอบลืมเวลาเพราะว่า งงกับมันมากๆช่วงปีแรกๆสับสนมากๆ  เพราะเวลาโทรกลับไทยที่ไรต้องคำนวณเวลาให้ถูกต้อง  ไม่งั้นโทรดึกไปโดนเพื่อนๆโวยแน่ๆ  เพื่อนบ้างคนอาจจะยังไม่รู้จัก Daylight Saving Time (DST) ว่าทำไมอเมริกาต้องมีการปรับเปลี่ยนเวลา  นลินเองตอนแรกๆก็ยังคิด  ไอ้ประเทศนี้มันบ้าป่าวว่ะเนี๊ยะ  เปลี่ยนเวลาไปเปลี่ยนเวลามาอยู่ได้             แต่สุดท้ายได้ข้อมูลที่ถูกต้องมาก็เลยเข้าใจ  ว่าทำไมต้องปรับเปลี่ยนเวลา

มารู้จักกับ Daylight Saving Time (DST) กันดีกว่าค่ะ

ในประเทศเมืองหนาว  เช่น  ประเทศอเมริกา ประเทศแถบยุโรป  พอย่างเข้าสู่ฤดูร้อนจะมีการปรับเวลาให้เร็วขึ้นอีก 1 ชั่วโมง หรือที่เราเรียกว่า  Daylight Saving Time (DST)  หรือบางครั้งอาจจะเรียกได้ว่าเป็น  Summer Time  และเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวทุกคนก็จะปรับเวลากลับมาเป็นเหมือนเดิม

จุดประสงค์หลักเลยของการปรับเวลา Daylight Saving Time นั่นก็คือ  ต้องการใช้ประโยชน์จากแสงดวงอาทิตย์ให้มากที่สุด  การปรับเวลายังช่วยประหยัดพลังงานจากการลดการใช้ไฟฟ้าในการให้แสงสว่างและอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ เพราะถ้าร่นเวลาให้เร็วขึ้นอีก 1 ชั่วโมง คนก็จะตื่นเร็วขึ้นมีเวลาทำอะไรระหว่างที่มีแสงสว่างอยู่มากขึ้น

เบนจามิน แฟรงกลิน นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันเป็นคนแรกที่เกิดความคิดเรื่องการปรับเวลานี้ขึ้นมา โดยเขียนไปเสนอแนวคิดนี้กับบรรณาธิการของวารสาร  The Journal of Paris ในปี 1784  แต่ไอเดียของเขากลับถูกมองว่าน่าตลกขบขัน  ใครจะมานั่งปรับเปลี่ยนเวลา  มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้

แต่ว่าแนวคิดนี้ได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังมากขึ้น  เมื่อวิลเลียม วิลเล็ตต์  สถาปนิกชาวอังกฤษนำเสนอแนวทางดังกล่าวในหนังสือเรื่อง Waste of Daylight ในปี 1907 เนื่องจากเขาพบว่าหน้าร้อนพระอาทิตย์ขึ้นเร็ว แต่ก็มีคนน้อยมากที่ตื่นมารับแสงอรุณ ทำให้เกิดความรู้สึกเสียดายแสงแดดขึ้นมา วิลเล็ตต์ต่อสู้เป็นเวลาหลายปีเพื่อจะให้มีการปรับเวลาในอังกฤษ แต่เขาก็ตายก่อนที่ความคิดเขาจะถูกนำไปปฏิบัติ

การปรับเวลาถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกโดยรัฐบาลเยอรมนีในปี 1916 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 ตามติดมาด้วยอังกฤษ (1916) และสหรัฐอเมริกา (1918) แสงของช่วงกลางวันถูกใช้แทนแสงจากดวงไฟและช่วยประหยัดเชื้อเพลิงซึ่งมีค่ายิ่งในช่วงสงคราม

หลังสงครามสหรัฐฯ ได้ยกเลิกการปรับเวลา แต่พอถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศที่เข้าร่วมสงครามต่างก็หันมาใช้ DST โดยทันทีเพื่อประหยัดพลังงานไว้ใช้ในยามสงคราม สหรัฐฯ เองก็ออกกฎหมายให้ปรับเวลาทั้งปีหลังการโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์เพียง 40 วัน และหลังจากนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายในการปรับเวลาอีกหลายครั้ง

ตอนนี้ช่วงเวลาของการใช้ Daylight Saving Time ในสหรัฐฯ กินเวลาทั้งสิ้นเกือบ 7 เดือน คือเริ่มตั้งแต่ 2 นาฬิกาของวันอาทิตย์แรกของเดือนเมษายน จนกระทั่งถึง 2 นาฬิกาของวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคม โดยการปรับเวลาก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละเขตเวลา (time zone)

ถ้าสังเกตดูจะเห็นว่าดินแดนที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรส่วนใหญ่ไม่ค่อยวุ่นวายเรื่องปรับเวลากัน เพราะไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากพระอาทิตย์ขึ้นหรือตก หรือความยาวของช่วงกลางวันเท่าใดนัก อย่างบางส่วนของสหรัฐฯ เช่น รัฐแอริโซนา ฮาวาย เขตเวลาทางตะวันออกของอินเดียนา และบริเวณเกาะที่เป็นของสหรัฐฯ อย่าง เปอร์โตริโก ยูเอสเวอร์จินไอส์แลนด์ อเมริกันซามัว และกวม ที่เลือกใช้เวลามาตรฐานตลอดทั้งปีโดยไม่มีการปรับเวลา

แต่มีบ้างเหมือนกันที่เลือกปรับเวลาเพื่อประหยัดพลังงาน หรือด้วยเหตุผลอื่น เช่น เม็กซิโกซึ่งเป็นประเทศเขตร้อน แต่ขอใช้ DST ทั่วประเทศกับเขาด้วย เนื่องจากว่ามีความผูกพันทางเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ มาก เลยขอปรับเวลาตาม ยกเว้นรัฐเดียวคือรัฐโซโนราซึ่งมีพรมแดนติดกันรัฐแอริโซนาของสหรัฐฯ ที่ขอไม่ปรับเวลาตามแบบแอริโซนา

ปัจจุบันมีประเทศต่างๆ ทั่วโลกกว่า 70 ประเทศที่มีการปรับเวลา อย่างประเทศในสหภาพยุโรป (กลุ่มอียู) จะเริ่มปรับเวลาในเวลา 1 นาฬิกาของวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนมีนาคม และปรับคืนในเวลา 1 นาฬิกาของวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคมโดยไม่มีการแบ่งเขตเวลา

สำหรับชาวรัสเซีย ช่วงฤดูร้อนจะหมุนเวลาให้เร็วขึ้นกว่าเวลาปกติ 2 ชั่วโมง และในช่วงฤดูหนาว เวลาของเขตเวลาทั้ง 11 เขตของรัสเซียจะยังคงเร็วกว่าเวลาปกติอยู่ 1 ชั่วโมง

ด้านประเทศในซีกโลกใต้ที่ฤดูร้อนจะมาเยือนในเดือนธันวาคมนั้น จะใช้  Daylight Saving Time  ในเดือนตุลาคมจนถึงเดือนมีนาคม  ส่วนกำหนดการที่จะให้คนปรับนาฬิกาของตัวเองนั้น มักจะกำหนดไว้เป็นช่วงเช้าตรู่ของวันอาทิตย์ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าต้องการหลีกเลี่ยงความสับสนอลหม่านที่ต้องเกิดขึ้นแน่ๆ กับคนขี้ลืม ซึ่งจะทำให้ชีวิตวุ่นวายมากถ้าปรับเวลาในวันธรรมดา

เป็นไงค่ะหวังว่าคงเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆไม่มากก็น้อยนะค่ะ

2 responses »

  1. โอ้ นู๋เพิ่งเค้าใจนะคะ เพราะนู๋ก็แปลกใจว่าทำไมช่วงหน้าร้อนเค้าถึงบอกว่าประเทศของผมไวกว่าเดิม1ชั่วโมง ปกติเวลาเราเหมือนจะตรงข้ามกัน เราเที่ยงวัน เค้าเที่ยงคืน แต่เดียวนี้ไม่ใช่ เราเที่ยงวัน เค้าตี1ไปเลย ขอบคุณมากนะคะที่ให้ข้อมูลดีๆแบบนี้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s