รักต่างแดนกับแฟนต่างชาติ ตอน My First Sweet Honeymoon at Samui Island

Standard

  My First Sweet Honeymoon at Samui Island


ที่ที่เรามาฮันนีมูนกันนี้ เป็นที่ที่สวยงามมากๆเหมาะสำหรับคู่รักที่จะมาฉลองฮันนีมูน และคนรักบรรยากาศธรรมชาติท้องทะเล เรื่องนี้ต้องขออนุญาตเล่าประกอบด้วยภาพ จะได้เห็นภาพบรรยากาศสวยๆไปด้วยกัน รีสอร์ทที่พวกเรามาฮันนีมูนนี้มีชื่อว่า ศิลา เอวาซอน ไฮด์อะเวย์ แอนด์ สปา สมุย www.evasonhideaways.com

เช้าวันที่ …11 ธ.ค 2548 … พวกเราเดินทางออกจากจังหวัดสระบุรีกันแต่เช้าตรู่ มุ่งหน้าตรงสู่สนามบินดอนเมืองและบิน ต่อไปยังเกาะสมุย จ.สุราษฎธานี

เมื่อถึงสนามบินพนักงานจากรีสอร์ทก็ถือป้ายต้อนรับโบกมือให้พวกเรา

 "สวัสดิ์ครับ เชิญทางนี้เลยครับรถจอดรอรับทางด้านนี้ครับ"

รถจากรีสอร์ทมารอรับที่สนามบิน เดินทางประมาณ 6 กิโลเมตรจากสนามบินสมุยใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็ถึงรีสอร์ท  รีสอร์ทมีบริเวณกว้างขวางด้วยเนื้อที่กว่า 50 ไร่ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติซึ่งทำให้เราตื่นตาตื่นใจกับวิวของทะเลที่รายล้อมรีสอร์ท และเสียงคลื่นน้ำทะเลกระทบฝั่งช่างไพเราะจับใจเสียจริง

                              

วิลล่าทุกหลัง (บ้านพัก) ตั้งอยู่เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ และพฤษานานาพันธุ์ ซึ่งรายล้อมเป็นเนินตามแนวของชายหาด มีความเป็นส่วนตัวอย่างมากเหมาะกับการพักผ่อนของคู่ฮันนีมูนอย่างที่สุดที่จะใช้เวลาที่มีค่าด้วยกัน และเรายังได้รับการดูแลอย่างอบอุ่นจากพนักงานประจำบ้านอีกด้วย พนักงานประจำบ้านของเราชื่อ โย พูดภาษาอังกฤษเก่งมากๆและบริการดีมากเลย โยขับรถพาทัวร์ทั่วรีสอร์ท อธิบายทุกอย่างให้ฟัง และก็มาส่งที่วิลล่า (บ้านพัก) เราสัมผัสถึงบรรยากาศธรรมชาติมากๆ ต้องเดินตามทางบรรไดลงไปประมาณเกือบ 50 ขั้น ก็จะถึงวิลล่าของตัวเอง (บ้านพัก)

                    

พอเปิดประตูเข้าไปยังห้องพักพวกเราก็พบว่า นี้แหล่ะสวรรค์บนดินของมนุษ์ยธรรมดาๆอย่างเรานี้เอง ที่พวกเราสามารถสัมผัสได้จริง ห้องพักตกแต่งแบบราบเรียบแต่เก๋มีสไตล์ของตัวเอง สามารถชมวิวของทะเลที่สวยงามได้ทุกจุด แบบไม่มีความแตกต่างกันเลย ไม่ว่าจะอยู่จุดไหนของห้องพัก โดยเฉพาะห้องนอนทำให้บรรยากาศในยามค่ำคืนแสนจะโรแมนติดมากๆ ที่โต๊ะรับแขกมีข้อความต้อนรับจากผู้บริหารรีสอร์ทและชุดผลไม้ และโทรศัพท์มือถือส่วนตัวไว้ให้ใช้ติดต่ออย่างสะดวก ส่วนห้องอาบน้ำเป็นห้องน้ำสไตล์เปิด ที่มีการใช้พื้นที่อย่างเหมาะเจาะและให้แสงสว่างจากภายนอกอย่างพอเพียง

                                 

                     

วิลล่า (บ้านพัก ) มี 2 ชั้น ชั้นล่างมีสระว่ายน้ำที่ได้รับการออกแบบให้มีความเป็นส่วนตัว และกลมกลืนไปกับวิลล่า เราแทบจะมองไม่เห็นขอบของสระว่ายน้ำ ทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากหมือนเราแยกตัวไปอยู่กับธรรมชาติ อากาศในห้องนั้นเย็นฉ่ำไปด้วยแอร์ธรรมชาติและมีเสียงดนตรีบรรเลงเพลงเพราะๆ ต้อนรับคู่ฮันนีมูนอย่างเราทั้งสองให้มีอารมณ์อ่อนไหวไปตามเสียงเพลงและสายลม หลังจากที่เราสำรวจและชื่นชมกันทั่วบริเวณบ้านพักแล้ว โยก็ส่งรถมารับ เชิญให้เราไปรับประทานอาหารค่ำฟรี 1 มื้อที่ร้านอาหารของรีสอร์ท ใต้แสงเทียนริมทะเล บรรยากาศช่างโรแมนติกสุดๆสายลมเย็นๆ เสียงคลื่นน้ำทะเลกระทบฝั่ง ทำให้เราผ่อนคลายกันอย่างมากหลังจากเดินทางมาทั้งวัน

เช้าวันรุ่งขึ้น …12 ธ.ค 2548… เราก็พากันเดินเล่นออกกำลังกายไปในตัวจนถึงห้องอาหารของรีสอร์ท ทานอาหารเช้าไปด้วยและก็ทานอาหารตาจากการชมวิวทะเลไปด้วย ทำให้รสชาติอาหารอร่อยยิ่งขึ้น

                                       

หลังจากที่เราทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้วรถก็มารับ เราไปยังสปา วันนี้ฝนตกปร่อยๆ ทำให้อากาศเย็นมาก พนักงานนวดก็มาพาเราไปเปลี่ยนชุดให้ใส่ ก.ก.น กระดาษตัวเดียวกับผ้าขนหนู พอเปลี่ยนชุดกันเสร็จ พนักงานนวดก็พาเราไปที่อ่างสปาปล่อยให้เราสองคนใช้เวลาส่วนตัวด้วยกัน 1 ช.ม ภายในอ่างน้ำนมมีกลีบกุหลาบสีแดงโปรยเต็มอ่าง น้ำนมในอ่างสปามีกลิ่นหอมหวนชวนหลงใหล พร้อมด้วยแชมเปญ์ไว้ให้เราสองคนดื่มฉลองฮันนีมูนกัน บรรยากาศก็แสนจะโรแมนติก ไม่ต้องกลัวเรื่องการถ้ำมองเลย เพราะที่นี้เป็นที่ส่วนตัวมากๆ พอครบกำหนดเวลาพนักงานก็มาเคาะประตูและรอจนกว่าเราจะบอกให้เข้ามา

หลังจากนั้นก็พาเราไปที่ห้องสำหรับนวดตัว เป็นห้องนวดแบบเปิดวิวทะเลให้ชม เราขึ้นไปนอนคว่ำหน้าที่เตียงนวด วิวทะเลสวยงามมาก พนักงานนวดเปิดเพลงคลาสิกเบาๆแล้วก็เริ่มนวดจากหัวไหล่ไปจนจรดปลายเท้า เมดีบอกว่าพนักงานนวดแข็งแรงมากทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายกับการนวดมากๆ เราก็ด้วย นอนชมวิวทะเลและสัมผัสกลิ่นอายธรรมชาติไปด้วย ทำให้เราเผลอหลับไปทั้งคู่ จนพนักงานนวดกระซิบปลุกให้ตื่น เพราะต้องเปลี่ยนท่านอนหงายให้นวดต่อ นลินก็ถามเมดี "คุณรู้สึกยังไงบ้าง ? ผ่อนคลายไหม? เมดีก็ตอบ "ผมผ่อนคลายมากๆ ผมรักการนวดไทยมากๆ" แล้วก็ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข พนักงานนวดที่นี้นวดดีมาก พูดจาก็ไพเราะอ่อนหวานถึงเมดีจะไม่เข้าใจภาษาไทย แต่เขาก็รับรู้ถึงมารยาทอันดีงามของหญิงไทย เราใช้เวลาในการนวดทั้งหมด 3 ชม กว่า หลังจากนวดเสร็จ รถก็มารับกลับวิลล่า เรารู้สึกโล่งเบาสบายพอถึงที่ห้องพักก็พากันถ่ายรูปเก็บภาพอันสวยงามไว้เป็นความทรงจำว่าเราได้มาสัมผัสธรรมชาติกันอย่างแท้จริง

                            

เรามาทานอาหารค่ำกันที่ร้านอาหารของรีสอร์ท เมดีจองโต๊ะพิเศษไว้สำหรับดินเนอร์คืนนี้พนักงานจัดอาหารไว้สำหรับเรา เป็นดินเนอร์แบบส่วนตัวมีแค่เราสองคนเท่านั้น นั่งทานอาหารชมวิวทะเล ฟังเสียงคลื่นซัดกระทบฝั่ง เมนูสำหรับคืนนี้ เราทานอาหารทะเลกัน มีพ่อครัวส่วนตัวมาปรุงอาหารให้ เสริ์ฟขณะร้อนๆ เผากุ้ง ปู หอย ให้ทานแบบสดๆร้อนๆออกมาจากเตา สำหรับดินเนอร์มือนี้นลินประทับใจเป็นอย่างมากและจะเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีตลอดไป เราทานอาหารกันอย่างอร่อยและดื่มด่ำกับบรรยากาศที่แสนจะบริสุทธิ์ หลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อยก็พากันกลับวิลล่า ออกมานั่งที่ริมสระว่ายน้ำดูวิวทะเลไปเรื่อย นั่งจับมือกันไว้ "นลินคุณชอบที่นี้ไหม ? "ชอบค่ะ " "เอาไว้โอกาสหน้าเรามาฉลองฮันนีมูนที่นี้กันอีกทีนะ" "ค่ะ " แล้วก็นั่งกอดกันไว้มองดูดวงดาวบนท้องฟ้าไปเรื่อย เราใช้เวลาฮันนีมูนอยู่ที่นี้กัน 3 วัน3 คืน เราประทับใจการบริการและวิวทะเลของที่นี้กันมาก และคิดว่าฮันนีมูนครั้งต่อไปถ้ามีโอกาสกลับมาเมืองไทยคงจะมาที่นี้อีกแน่นอน

 ตอนนี้นลินก็มาใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกา รัฐเท็กซัส เมืองออสติน กับเมดีแล้ว เราสองคนยังคงรักกันเหมือนวันแรกที่ผ่านมา ยิ่งนานวันเรายิ่งผูกพันธ์

 …มากกว่าความโชคดีที่มีเธออยู่ชิดใกล้…ขอบคุณที่รักกัน…ทำให้ฉันมีชีวิตใหม่…ได้รู้และเติมความรักจนเต็มหัวใจ…ขอมีเธออยู่วันนี้…และมีเธออยู่เสมอไป…คือ…สิ่งสุดท้ายที่หัวใจต้องการ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s