รักต่างแดนกับแฟนต่างชาติ ตอน สินสอดทองหมั้น 2

Standard

 

คุณเมดีได้แสดงให้นลินเห็นจริงๆ ว่าเขาไม่ใช่แค่พูดแต่เขาทำตามที่เขาพูดไว้จริงๆ วันถัดมาหลังจากที่กลับมาจากสระบุรีวันที่ … 6 มี.ค 05 …

นลินพาคุณเมดีไปซื้อเเหวนหมั้นที่ร้านขายแหวนเพชร ซึ่งเป็นร้านของเพื่อนของนลินอีกที ตั้งอยู่ที่เวิร์ดเทรดเซ็นเตอร์ชื่อร้าน PAN Diamond & Gems นลินแนะนำให้มาซื้อร้านนี้ เพราะไหนๆจะซื้อของมีค่ามีราคาแพงทั้งทีก็ต้องเลือกร้านที่ไว้ใจได้ พอถึงที่ร้านเพื่อนของเพื่อนนลินก็ออกมาต้อนรับ มาร์คเป็นคนพูดภาษาอังกฤษเก่งนลินก็แนะนำให้ทั้งสองคนรู้จักกัน แล้วก็เลือกดูแหวนแบบที่ชอบ มาร์คเอาแหวนเพชรมาให้ดูให้เลือกมากมายหลายขนาด นลินเห็นแล้วตาโตเท่าไข่ห่าน.อยากได้..อยากได้…ทั้งหมดเลย… …ฮิฮิ-ๆ-ๆ

"นลินคุณชอบวงไหน" นลินก็ชี้นิ้วไปวงที่นลินชอบ แล้วคุณเมดีก็หยิบขึ้นมาลองสวมให้ นลินมองที่นิ้วนางของตัวเอง พลางคิดในใจโอ้ ! น้ำงามมากๆ ช่างเป็นเพชรที่สวยจริงๆเลย

"นลินคุณชอบไหม? –ชอบซิค่ะถามมาได้–แอบคิดในใจ นลินได้แต่พยักหน้าแล้วก็ยิ้มมองเพชรที่นิ้วมือตัวเองอย่างชื่นชม ในใจตอนนั้นคิดว่าคุณเมดีคงจะเลือกให้แค่วงเล็กๆ ราคาไม่กี่หมื่นบาทหรอก คุณเมดีก็ถามราคากับมาร์ค

"วงนี้ราคาเท่าไหร่? มาร์คก็ตอบ "300,000 บาทครับ" พอนลินได้ยินราคาถึงกับหุบยิ้มทันที เพราะคิดว่ามันแพงมากๆเขาคงไม่ซื้อให้หรอก แต่ที่ไหนได้เซอร์ไพรส์ค่ะ

"ไหนขอผมดูที่นิ้วคุณอีกที่ซิ อืมสวยมากๆ" แล้วคุณเมดีก็หันมายิ้มให้นลิน แล้วก็เอามือมาลูบหัวแบบเอ็นดู เขามองจากการแสดงออกของนลินเขาก็รู้แล้วล่ะว่านลินชอบมันมากๆ

"ผมเลือกวงนี้" (นลินแทบไม่เชื่อหูตัวเอง โอ้มายก็อด ฉันฝันไปหรือเปล่าเนี่ย อารมณ์ตอนนั้นอยากจะกรี๊ดๆให้สลบ ไชโย ! ไชโย! ตะโกนก้องอยู่ในใจ)

"นลิน! นลินครับ"

"ค่ะ…..ว่าไงค่ะ" ยิ้มให้คุณเมดี หน้าตาแบบว่า กำลังดีใจสุดขีด เหมือนกับเด็กที่ได้ของเล่นถูกใจ

"ถอดแหวนให้มาร์ค เอาไปใส่กล่องซิครับ"

"ค่ะ…มาร์คนี้ค่ะแหวน" นลินถอดแหวนส่งคืนให้มาร์คไปแบบเขินๆ แล้วมาร์คก็เอาแว่นขยายสำหรับส่องเพรชมาให้ดูรายละเอียดของเพชรอีกที่ น้ำงามมากๆ ส่องประกายระยิบระยับชวนให้น่าหลงใหล หลังจากเช็ครายละเอียดของเพชรเสร็จ มาร์คก็เอาใบรับประกันเพชรมาให้ดูว่าเป็นเพชรแท้กะรัตกว่าๆ คุณเมดีก็จ่ายค่าแหวนให้มาร์คไปแล้วก็พากันไปทานอาหารกลางวัน

"เมดีค่ะ ขอบคุณมากๆนะค่ะ นลินซึ่งใจมากจริงๆ "

"ไม่ต้องขอบคุณผมหรอก ผมบอกแล้วไง อะไรที่เป็นความสุขของคุณผมทำให้ได้เสมอ" นลินก็หอมแก้มคุณเมดีเป็นการขอบคุณ

หลังจากที่ทานอาหารกลางวันเสร็จก็พากันกลับที่พัก นลินใช้เวลาช่วงบ่ายอยู่กับคุณเมดี เราสองคนช่วยกันวางแผนเรื่องการทำวีซ่าว่าควรทำวีซ่าแบบไหนดี เพราะเพื่อนของนลินทำแบบวีซ่าแต่งงานใช้เวลานานมากประมาณปีครึ่งถึงจะได้วีซ่า เราสองคนตกลงกันว่าจะทำวีซ่าคู่หมั้นใช้เวลาประมาณ 6 ถึง9 เดือนก็จะได้วีซ่า คุณเมดีก็ช่วยนลินเขียนจดหมาย (เพราะนลินเองไม่เก่งเรื่องแกรมม่าต้องเขียนทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด) เนื้อความประมาณว่า เราเจอกันที่ไหน? เมื่อไหร่? อย่างไร? และเรามีเจตนารมณ์เดียวกัน เรารักกันและต้องการแต่งงานกัน เพื่อส่งให้กับสถานฑูตอเมริกาดำเนินเรื่องวีซ่าของนลิน และกรอกเอกสารอีกเพียบประมาณว่า ชื่อ นามสกุล อะไร? ทำงานอยู่ที่ไหน?ตำแหน่งอะไร? เงินเดือนเท่าไหร่?การศึกษาตั้งแต่ประถมยันปริญญา และ อีกจิปาถะ…??? ???…

พอกรอกเอกสารเรียบร้อย เราสองคนก็ลงไปทานอาหารค่ำที่ห้องอาหารโรงแรม นลินก็โทรศัพท์ไปบอกคุณพ่อคุณแม่ว่า วันที 9 มีนาคม ให้ขึ้นมาที่กรุงเทพฯ เราจะทำพิธีหมั้นกันบนเรือเจ้าพระยาปาร์ค และอีกอย่างท่านทั้งสองยังไม่เคยมาทานอาหารบนเรืออย่างนี้ นลินก็อยากทำให้ท่านมีความสุขและอยากพาท่านมาทานอาหารดีๆ บวกกับบรรยากาศดีๆ หลังจากทานอาหารเสร็จนลินก็ขอตัวกลับอพาเมนท์ตัวเอง คุณเมดีก็ถาม

"ทำไมคุณไม่พักกับผมที่นี้ล่ะครับ? ไหนๆเราก็จะหมั้นกันแล้ว ผมเป็นสุภาพบุรุษพอหรือว่าคุณไม่เชื่อใจผม???

"ไม่ใช่ ไม่เชื่อใจหรอกนะค่ะแต่ว่าตามขนมธรรมเนียมของวัฒนธรรมไทย ถ้าหากเรายังไม่ได้แต่งงานกัน ก็ไม่สามารถอยู่รวมห้องเดียวกันได้ หวังว่าคุณคงเข้าใจนะค่ะ"

"ครับผมเข้าใจ ผมจะรอจนกว่าจะถึงวันนั้นเพราะว่าผมรักคุณ ผมขอเรียกคุณว่าที่รักจะได้ไหมครับ"

"ได้ซิค่ะ ทำไมจะไม่ได้" แล้วเขาก็มาหอมแก้มนลิน เอามือลูบหัวนลินอย่างเอ็นดู

"นั่งรถกลับบ้านดีๆนะครับ ผมเป็นห่วง"

"ขอบคุณค่ะ แล้วพรุ่งนี้เจอกันค่ะ "

 นลินก็เช็คแฮนด์ แล้วก็กอดลาเขาก่อนขึ้นรถกลับที่พัก พอถึงที่พักแล้วนลินก็กระโดดโลนเต้นอยู่บนที่นอนแสดงความดีใจออกมาสุดๆ (เพราะแอบเก็กมาทั้งวันไม่รู้จะเก็กทำไมเหมือนกัน เพราะยังไงเขาก็รู้ความรู้สึกอยู่ดี) ก่อนนอนก็เอาแหวนมาสวมไว้ที่นิ้วนางนอนมองแล้วมองอีกชื่นชมกับความงามของเพชรจนหลับไปอย่างมีความสุขที่สุดในชีวิต

เช้าวันที่ … 9 มี.ค 2548 … และแล้วก็มาถึงวันสำคัญของชีวิตอีกวันหนึ่ง วันที่นลินจะขอจดจำความรู้สึกดีๆนี้ไปจนวันตาย นลินตื่นแต่เช้านั่งรถมาทานอาหารเช้ากับคุณเมดีที่โรงแรม คอยคุณพ่อคุณแม่ท่านกำลังเดินทางมาจากสระบุรี ระหว่างทานอาหารเช้าเราสองคนก็คุยกันกระหนุงกระหนิงตามประสาคู่รักทั่วๆไป เป็นช่วงเวลาที่ดีและมีความสุขมากๆ 10.00 น. คุณพ่อคุณแม่ก็มาถึง คุณเมดีก็พาไปที่ห้องพักที่จองไว้ให้ท่านทั้งสอง แล้วก็พูดคุยทักทายกัน นลินเอาแหวนหมั้นมาโชว์ให้ท่านทั้งสองดู คุณพ่อคุณแม่ยิ้มแล้วก็ชมว่า

"สวยมากๆเลย ราคาเท่าไหร่เนี๊ยะ?

"300,000 บาทจ๊ะ" พอรู้ราคาท่านทั้งสองก็ตกใจทำตาโต บอกนลินว่า แสดงว่าเขารักนลินจริงๆถึงซื้อให้โดยไม่คำนึงถึงเรื่องของราคา คุณพ่อก็ยกนิ้วให้คุณเมดีและก็พูด "very good" คุณแม่ก็พูดแซวขึ้นมา

"พ่อแกต่างหูทองแค่พันกว่าบาท ยังไม่ยอมซื้อให้แม่เลย รอจนแก่แล้วเนี๊ยะ" นลินก็แปลให้คุณเมดีฟัง แล้วก็พากันหัวเราะ… …ฮ่า-ฮ่า-ๆ คุณพ่อก็พูดมั้งว่า

"ฮืม ยายอ้วน เสร็จงานหมั้นลูกแล้วเดี๋ยวฉันซื้อให้เธอก็ได้" นลินก็แปลให้คุณเมดีฟังพากันหัวเราะ……กับการหยอกล้อกันของคุณพ่อคุณแม่ คุณเมดีก็เอารูปที่ถ่ายตอนนลินกับเขาไปทานอาหารค่ำบนเรือมาให้คุณพ่อคุณแม่ดู คุณพ่อกับคุณเมดีเข้ากันได้ดีถึงแม้ว่าจะพูดกันไม่รู้เรื่องก็ตาม ส่วนคุณแม่นะเหรอค่ะ นลินไม่อยากจะบอกเลยว่า คุณแม่น่ะเห่อลูกเขยคนนี้เอามากๆ.. ..ฮ่า-ฮ่าๆ คุณเมดีก็พยายามเรียกคุณพ่อคุณแม่เป็นภาษาไทย ฟังแล้วตลกมากๆ.. ..

และแล้วช่วงเวลาแห่งการรอคอย ก็มาถึง 18.00 น. รถของโรงแรม มาส่งที่เรือเจ้าพระยาปาร์ค มี คุณพ่อ,คุณแม่,คุณลุง,พี่ภา,น้องใมค์ มาเป็นสักขีพยานในงานหมั้นของเราสองคน เมื่อเดินทางมาถึงเรือพนักงานต้อนรับ ก็มาติดดอกกล้วยไม้ที่หน้าอกให้กับทุกๆคนและก็ถ่ายรูปหมู่ให้ และก็เหมือนเดิมได้รูปตอนขากลับ

ระหว่างที่พวกเรารอเรือเทียบท่าก็พากันโพสต์ท่าถ่ายรูปกัน วันนี้มีคนมาทานอาหารบนเรือเยอะกว่าครั้งที่แล้วอีก พอเรือมาเทียบท่า คุณแม่ของนลินท่านตื่นเต้นมากๆ เดินขึ้นเรือเป็นคนแรกเลย แล้วคนอื่นๆก็ทย่อยกันขึ้นตาม ครั้งนี้เราจองโต๊ะใกล้กับเวที คุณเมดีก็ยังคงสุภาพเหมือนเดิม เลื่อนเก้าอี้ให้คุณแม่ของนลินนั่งแล้วก็มาเลื่อนเก้าอี้ให้นลินนั่ง เมื่อทุกคนนั่งที่กันเรียบร้อย พนักงานเสริ์ฟก็มาบริการรับรายการเครื่องดื่มของแต่ล่ะคน ส่วนอาหารต่างคนก็ต่างบริการตัวเองเพราะเป็นแบบบุฟเฟต์ เรือเริ่มเคลื่อนที่ออกจากท่าน้ำนักดนตรีก็เริ่มบรรเลงเพลงรักเพาะๆให้ฟัง พวกเราก็เริ่มสังสรรค์กันคุยกันไปเรื่อย

พอได้กฤษหมั้นคุณเมดีก็หยิบเอากล่องแหวนเพชรออกมา แล้วก็สวมแหวนเพชร ให้นลินที่นิ้วนางข้างซ้ายพร้อมกับหอมแก้มโดยมีคุณพ่อเป็นคนช่วยเชียร์อยู่ข้างๆ แล้วทุกคนก็ตบมือให้ทำให้โต๊ะอื่นๆหันมาดูว่าเรากำลังทำอะไรกัน แล้วทุกๆคนก็รวมใจกันตบมือให้เราสองคน เราสองคนก็จับมือกันยืนขึ้นพร้อมกับกล่าวคำขอบคุณให้กับทุกคน นักดนตรีก็เริ่มบรรเลงเพลงจังหัวะมันส์ๆ สำหรับเต้น คุณพ่อเริ่มก่อนออกไปเต้นตามจังหัวะเพลงที่หน้าเวที คุณเมดีก็ชวนให้นลินออกไปเต้น นลินก็เลยดึงมือพี่ภาและคุณแม่ออกไปเต้นพร้อมกัน ทุกคนมีความสุขสนุกสนานกันบนเรือ จนเรือล่องกลับมาเทียบท่าเมื่อไหร่ไม่รู้ ทำให้นลินคิดว่าเร็วจังเลยหมดเวลาแล้วเหรอ จริงๆเวลาไม่ได้ผ่านไปเร็วหรอกค่ะ ก็เป็นไปตามเวลาปกตินั้นแหล่ะ แต่เวลาที่คนเรามีความสุขมันมักจะผ่านไปเร็วเสมอ

ต่างกันไกลสุดฟ้าแต่ก็มาได้พบ……คนคนหนึ่งที่ใจตรงกัน…ทำให้มีวันนี้…อยากให้เธอได้รู้…ธอคือคนที่แสนดี…อยากมีเธอทุกวินาที…เธอคือคนที่สำคัญ…I will be with you forever…จะรักเธอตลอดไป….ไม่ว่าผ่านฝนร้อนหนาวเท่าไหร่จะเดินไปด้วยกัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s